<?xml version="1.0" encoding="tis-620"?>
<rss version="2.0">

  <channel>
       <title>สาระแน.คอม [ไม่ไร้สาระ]</title>
       <link>http://www.saranair.com</link>
       <description>SARANAIR.COM</description>
       <language>th-TH</language>

       <lastBuildDate>Mon, 06 Oct 2008 20:15:38 +0700</lastBuildDate>

       <copyright>Copyleft 1998-2007 THAIWEB.network</copyright>

    <image>
       <title>SARANAIR.COM</title>
       <url>http://www.saranair.com/exchange/smallgirls.gif</url>
       <link>http://www.saranair.com</link>
    </image>

    <item>
       <title>อภิรักษ์ ได้รับเลือกตั้งให้เป็นผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร (0/19)</title>
       <link>http://www.saranair.com/article.php?sid=17324</link>
       <description>ก็เป็นไปตามที่คาดหมายกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาเป็นผู้ว่าฯ กทม. อีกสมัย ซึ่งเป็นคนที่ 2 หลังจาก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ทำสถิติมาแล้ว 

การได้รับเลือกตั้งเข้ามาครั้งนี้ ก็เป็นที่ทราบกันตั้งแต่ต้น ว่านายอภิรักษ์ นั่งเต็งหนึ่งตั้งแต่วันเห็นโฉมหน้าผู้สมัครคนอื่น ๆ แบบเซียนการเมืองฟันธงไว้ตั้งแต่ต้นว่าไม่มีพลิก 

เหตุที่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้ มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังวุ่นวายมีการออก พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะในส่วนของพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นรัฐบาล มีปัญหาเรื่องพรรคอาจจะถูกยุบ และถูกขับไล่จากกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งเป็นปัญหาคาราคาซังมานานเพราะมีการสืบทอดทายาทหรือนอมินี ทำให้ไม่มีเวลา และไม่มีคนเข้ามาจัดการเฟ้นหาตัวผู้สมัครอย่างจริงจัง จนมีการดึง นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มาลงสมัครในวินาทีสุดท้าย เพื่อหวังขัดตาทัพ โดยเจ้าตัวไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน ตัดสินใจเพียง 2 วันก่อนรับสมัคร แสดงถึงความไม่พร้อมอย่างเต็มที่ ไม่มีนโยบายร่างเตรียมไว้แม้แต่ตัวเดียว กระทั่งลงสมัครแล้ว พรรคก็ไม่สนับสนุนเต็มที่เพราะภายในมีปัญหาแพแตกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทำให้นายประภัสร์ เหมือนถูกปล่อยเกาะ จึงกลายเป็นคู่แข่งที่ไม่น่ากลัวแม้มีฐานเสียงชื่อพรรคพลังประชาชนผูกติดท้ายอยู่ 

ในขณะที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ลงสมัครแบบข้ามาตัวคนเดียว อาศัยขายภาพของตนเองซึ่งเป็นคนดุดัน จริงจัง ทำจริง มองเห็นปัญหา ถึงลูกถึงคน เป็นที่โดนใจของวัยโจ๋และผู้ที่ชอบความมันส์ ชอบความสะใจ จึงเป็นตัวเก็งไล่ตามเต็งหนึ่งมาติด ๆ แต่ด้วยความที่ไม่มีฐานเสียงเป็นทุน แถมเกิดพลาดท่าทำภาพดุดันให้เป็นจริงด้วยการฟันศอกและไล่กระทืบผู้ดำเนินรายการข่าวช่อง 3 ทำให้โค้งสุดท้ายคู่แข่งหายห่วง 

ผู้ท้าชิงอีกคน ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ รายนี้แม้จะมุ่งมั่นและพร้อมเต็มที่เพื่อลงสนาม แถมคุณสมบัติเพียบพร้อม แต่ไม่มีจุดเด่น ไม่มีฐานเสียง และผลงานเป็นที่ประจักษ์ แม้จะพร้อมเต็มร้อย ลุยเต็มที่เพียงใด ก็ไม่ได้ทำให้ตัวเก็งรายอื่นหวาดกลัว 

การเลือกตั้งครั้งนี้ นายอภิรักษ์ เป็นคนเดียวที่ฉายแววมาตั้งแต่ต้น เหมือนเวทีนี้ไร้คู่เปรียบมวย เพราะมีดีกรีเป็นถึง ผู้ว่าฯ กทม. ย่อมมีภาษีดีกว่าคนอื่นในแง่ของ การมีประสบการณ์ รู้ปัญหา ไม่ต้องเสีย 

เวลาเรียนรู้งาน ทำให้ยิ่งได้เปรียบผู้สมัครคนอื่น ๆ เวลาขึ้นเวทีดีเบต ประกอบกับภาพลักษณ์ส่วนตัวที่เห็น เป็นคนสุภาพ อ่อนน้อม หล่อ มีราศี ดูดีตลอดเวลา ที่สำคัญ มีฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยึดที่มั่นเมืองกรุงได้กว่า 70% จึงไม่ใช่เรื่องยากของการได้มาซึ่งตำแหน่งดังกล่าว ทำให้ นายอภิรักษ์ กลายเป็นเป้าของผู้สมัครคนอื่น ๆ ที่ต้องหาจุดด้อยมาตีแผ่ เพื่อหวังลดคะแนนนิยมลง ซึ่งก็เป็นเรื่องของผลงานตาม นโยบาย ผ่านมา 4 ปี ที่ไม่ประสบผลสำเร็จ และถูกตรวจสอบ เกี่ยวพันการทุจริต จนนายอภิรักษ์ ต้องออกมาโวยวายว่าถูกรุมใส่ร้ายป้ายสี 

เมื่อปัญหาความไม่สงบในบ้านเมือง บวกกับคู่ชกที่ไม่สมศักดิ์ศรี ผลสำรวจ โพล ของสำนักต่าง ๆ ก็ออกมาเป็นเสียงเดียวกัน ว่าเป็นนายอภิรักษ์ แบบทิ้งห่างคู่ต่อสู้ไม่เห็นฝุ่น ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้นักวิเคราะห์ไม่ต้องเปลืองหมึกปากกาและมันสมอง 

ทั้งหมดนี้พอสรุปได้ว่าคนกรุงส่วนใหญ่บอกไม่รู้จะเลือกใคร เพราะไม่ค่อยรู้จัก ไม่รู้ทำงานเป็นอย่างไร จึงยกคะแนนให้นายอภิรักษ์อีกที 

ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ แม้ชกไม่มีบาดแผล แต่อาจสะดุดขาตนเองจนล้มเจ็บ จากผลการกระทำของตนเอง 

เพราะมีพฤติกรรมถูกร้องเรียนว่าเข้าข่ายกระทำความผิด พ.ร.บ. การเลือกตั้งฯ ที่แจกการ์ดพาสเวิร์ด wi-fi 500,000 ใบ ในช่วง 60 วันก่อนหมดวาระ ถูกร้องเรียนมีส่วนได้ส่วนเสียจากป้ายของ กทม.ที่แสดงผลงาน มีชื่อนายอภิรักษ์ ติดไว้ตามสถานที่ ต่าง ๆ ทั่ว กทม. รวมทั้งการร้องเรียนว่าอนุมัติแจกเบี้ยยังชีพให้ข้าราชการในช่วงใกล้เลือกตั้ง ไม่เหมาะสม ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งอยู่ระหว่างการพิจารณา ต้องลุ้นว่าจะโดนใบเหลือง ใบแดงหรือไม่ แต่หากรอดจากใบเหลืองใบแดงนี้ ก็ยังมีเรื่องคดีรถดับเพลิงเป็นขวากหนามทิ่มตำอีก 

ต้องตามดูเส้นทางการเมืองสนามเล็ก คนชื่อ อภิรักษ์ จะไปรอดหรือไม่ ?
 
เปิดใจกลับเสาชิงช้า
 
ความรู้สึกที่ได้รับชัยชนะท่วมท้นเป็นครั้งที่ 2 

เป็นความดีใจเหมือนที่เคยเกิดขึ้นหลังได้รับชัยชนะเมื่อ 4 ปีก่อน แต่วัดไม่ได้ว่าดีใจมากขึ้นหรือไม่ แต่เป็นความดีใจที่เกิดจากสถานการณ์ต่างกัน เพราะ 4 ปีก่อนเป็นความดีใจที่ถือว่าทำสำเร็จ ได้รับการเลือกตั้ง เพราะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ แต่การลงสมัครครั้งนี้เป็นการรักษาเก้าอี้ เป็นความดีใจที่เราสามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าการทำงาน 4 ปีที่ผ่านมา เป็นผลงานที่ทำให้คนกรุงเทพฯ ไว้วางใจเลือกผมเข้าไปทำงานอีกครั้ง ต้องขอขอบคุณประชาชนคนกรุงเทพฯที่ไว้วางใจผมอีกครั้ง 

เหตุผลที่คนกรุงยังเทใจให้ 

อันดับแรกเพราะเป็นผู้สมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ มี ส.ก.และส.ข.ทำงานใกล้ชิดประชาชนในพื้นที่ เป็นฐานเสียงสำคัญ ประชาชนพึงพอใจผลงานและเห็นความตั้งใจในการทำงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา แม้จะถูกโจมตีในช่วงหาเสียงเกี่ยวกับการทำงานของตนเอง รวมทั้งพอใจนโยบายที่นำเสนอซึ่งนโยบายบางส่วนจะต่อเนื่องจากสมัยที่แล้ว และส่วนหนึ่งเป็นนโยบายที่นำเสนอขึ้นมาใหม่ 

4 ปีที่ผ่านมา นำมาปรับปรุงการทำงานใน 4 ปีข้างหน้าอย่างไร 

ยอมรับว่าการทำงานในสมัยแรก มีปัญหาอุปสรรคหลายเรื่อง ทั้งปัญหาจากพรรคการเมืองต่างขั้ว สถานการณ์บ้านเมืองที่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน ซึ่งหลายโครงการที่หาเสียงไว้ไม่เสร็จตามเป้าหมาย ถือว่าเป็นบทเรียนที่จะนำมาปรับปรุงการทำงาน โดยในส่วนของโครงการที่เคยประกาศไว้ทั้งรถไฟฟ้าและโครงการรถเมล์ด่วนพิเศษชิดเกาะกลางหรือ บีอาร์ที ก็จะเร่งผลักดันให้เสร็จ ส่วนทีมงานจะรอให้กกต.รับรองผลก่อน และพิจารณาตัวบุคคลนั่งทีมรองผู้ว่าฯ และที่ปรึกษา ซึ่งจะมีทั้งทีมงานเก่าและทีมงานใหม่ ที่จะปรับให้เข้ากับการทำงาน จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทีมงานและให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นในรูปแบบต่าง ๆ และพร้อมทำงานกับรัฐบาลต่างขั้ว แต่ในระยะยาวควรแก้กฎหมาย เพื่อกระจายอำนาจให้ผู้ว่าฯ กทม. มีอำนาจตัดสินใจแก้ปัญหาได้โดยตรง จะทำให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น 

มีผู้สมัครบางคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นเหมือนฮ่องเต้ เด็ก หรือ จับมือชาวบ้านแล้วต้องล้างมือ 

เรื่องฮ่องเต้เด็ก และการจับมือชาวบ้านแล้วต้องล้างมือ ยืนยันว่าไม่ใช่ผมแน่นอน เพราะบทบาทของผู้ว่าฯ กทม. มีหลายส่วนทั้งทำงานประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำงานกับข้าราชการ และต้องคลุกคลีกับชาวบ้านอยู่แล้ว อีกทั้งผมยังต้องการสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองที่จะเป็น ผู้ว่าฯ ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน อยู่แล้ว 

ปัญหาที่จะเร่งแก้ไขหลังกกต.รับรองผล 

จะเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเป็นอันดับแรก เนื่องจากเป็นช่วงหน้าฝน โดยเตรียมทั้งหน่วย BEST และสายด่วน 1555 รับฟังปัญหา แก้ไขปัญหาการจราจรเร่งรัดการก่อสร้างรถไฟฟ้าสาทร-ตากสิน ระยะทาง 2.2 กม. เพื่อเร่งเปิดให้บริการภายในเดือน เม.ย. 2552 ดูแลเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แก้ปัญหาเรื่องพื้นผิวจราจรที่เป็นหลุมเป็นบ่อเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เรื่องพื้นที่ค้าขายและค่าครองชีพในกทม. และภายใน 3 เดือน ผมจะหารือกับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาทางออกปัญหารถเรือดับเพลิง ส่วนที่ ป.ป.ช.ดำเนินการอยู่นั้นก็ให้เดินหน้าต่อไป ทั้งนี้ผมยืนยันนโยบายการทำงานที่ไม่ทุจริต คอร์รัปชั่น โปร่งใส จะดึงคณะกรรมการพัฒนาเขต และประชาชน เข้ามาร่วมตรวจสอบ ขณะที่องค์กรภายนอกก็มีระบบการตรวจสอบที่เข้มข้นอยู่แล้ว 

หนักใจข้อร้องเรียนหรือไม่ เพราะอาจทำให้ตกเก้าอี้ 

ไม่หนักใจ เพราะผมเคารพกฎหมาย และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดมาตลอด ดังนั้น เรื่องที่ถูกร้องเรียนต่าง ๆ นั้น มั่นใจว่าชี้แจงได้ ซึ่งก็มีกระบวนการตรวจสอบที่มีความเป็นธรรม และจะมีผลออกมาอย่างรวดเร็ว อีกทั้งก็ได้ชี้แจงกับประชาชนในระหว่างที่หาเสียงอยู่แล้ว
</description>
    </item>

    <item>
       <title>อาจารย์ท่านแนะนำเคล็ดลับไว้ 12 ข้อดังต่อไปนี้... (0/361)</title>
       <link>http://www.saranair.com/article.php?sid=17323</link>
       <description>1. หวีผมบ่อยๆ:
หวีผมเบาๆ บ่อยหน่อยช่วยให้ตาสว่าง และรากผมแข็งแรง (ใช้หวีซี่ห่างหน่อย แปรงเบาหน่อย เพื่อกันผมหลุด)

2. ถูใบหน้าบ่อยๆ:
ล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ให้สะอาดก่อน หลังจากนั้นใช้ฝ่ามือ 2 ข้างถู หน้าเบาๆ บ่อยหน่อยเพื่อกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ใบหน้าเปล่งปลั่ง

3. เคลื่อนไหวดวงตาบ่อยๆ:
ให้มองไกล-มองใกล้ มองข้างนอก-ข้างใน มองบน-มองล่าง หลีกเลี่ยงการมอง หรือจ้อง อะไรนานๆ โดยเฉพาะคนที่ทำงานคอมพิวเตอร์ควรพักสายตาด้วยการมองไกลอย่างน้อยทุกชั่วโมง

4. กระตุ้นใบหูบ่อยๆ:
การดึงหู ดีดหู บีบหู ถูใบหูเบาๆ บ่อยหน่อย ช่วยบำรุงตานเถียน(จุดฝังเข็ม) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เก็บพลังงานของร่างกาย (ใต้สะดือ) สัมพันธ์กับไต ซึ่งเปิดทวารที่หู ทำให้แรงดี ป้องกันเสียงดังในหู หูตึง และอาการเวียนหัว

5. ขบฟันบ่อยๆ:
ขบฟันเบาๆ บ่อยหน่อย(ไม่ใช่ขบแรงดังกรอดๆ) ช่วยให้ฟันแข็งแรงและกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย

6.ใช้ลิ้นดุนเพดานปากบ่อยๆ:
การใช้ปลายลิ้นกระตุ้นเพดานบนด้านหน้าเป็นการกระตุ้นจุดฝังเข็ม เพื่อเชื่อมพลัง ลมปราณตู๋และเยิ่น ซึ่งเป็นเส้นควบคุมแนวกลางลำตัวส่วนหลัง และส่วนหน้าร่างกาย ทำให้เกิดการกระตุ้นการหลั่งสารน้ำ และน้ำลาย

7. กลืนน้ำลายบ่อยๆ:
การกลืนน้ำลายบ่อยๆ ช่วยกระตุ้นพลังบริเวณคอหอย และกระตุ้นการย่อยอาหาร

8.หมั่นขับของเสีย:
หมั่นขับของเสีย โดยเฉพาะดื่มน้ำให้พอ กินอาหารที่มีเส้นใย ออกกำลัง เพื่อป้องกันท้องผูก เมื่อปวดปัสสาวะหรืออุจจาระให้ถ่ายทันที อย่ารอโดยไม่จำเป็น การทิ้งของเสียไว้ในร่างกายนานเกินทำให้เกิดสารพิษ และการดูดซึมสารพิษ (กลับเข้าสู่ร่างกาย) มากขึ้น ทำให้ป่วยง่าย

9. ถูหรือนวดท้องบ่อยๆ:
ให้นวดท้องตามเข็มนาฬิกาเบาๆ เพื่อช่วยให้การขับถ่ายของเสียดีขึ้น

10. ขมิบก้นบ่อยๆ:
การขมิบก้นบ่อยๆ ช่วยป้องกันริดสีดวงทวาร และท้องผูก

11. เคลื่อนไหวทุกข้อ:
การอยู่นิ่งๆ หรืออยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานเกินไป ทำให้เกิดโรคได้ง่าย ควรเคลื่อนไหวข้อต่างๆ ใ ห้ครบทุกข้อทุกวัน ฝึกฝนการใช้กล้ามเนื้อและข้อให้สมดุล เช่นการฝึกชี่กง ไท้เก้ก โยคะ ฯลฯ

12. ถูผิวหนังบ่อยๆ:
ใช้ฝ่ามือถูตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย คล้ายกับการถูตัวเวลาอาบน้ำมีส่วนช่วยให้ เลือดและพลังไหลเวียนดี
</description>
    </item>

    <item>
       <title>เพื่อสุขภาพ พลัง และลมปราณที่ดีไปนานๆ (0/426)</title>
       <link>http://www.saranair.com/article.php?sid=17322</link>
       <description>อาหารที่ไม่ควรกินมากเกิน หรือบ่อยเกินได้แก่...

1. ไข่เยี่ยวม้า:
ไข่เยี่ยวม้ามีตะกั่วค่อนข้างสูง ตะกั่วทำให้การดูดซึมแคลเซียมน้อยลง กินบ่อยๆ จะเสี่ยงโรคกระดูกโปร่งบาง และอาจได้รับพิษตะกั่วเช่นสมองเสื่อม เป็นหมัน ฯลฯ

2. ปาท่องโก๋:
กระบวนการทำปาท่องโก๋มีการใช้สารส้ม ซึ่งมีตะกั่วปนเปื้อน ตะกั่วทำให้ไตทำงานหนักในการขับสารนี้ออกไป นอกจากนั้นยังทำให้คอแห้ง เจ็บคอง่าย โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคร้อนในได้ง่าย

3. เนื้อย่าง:
กระบวนการรมไฟ ย่างไฟทำให้เกิดสารเบนโซไพรีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

4. ผักดอง:
ผักดอง และของหมักเกลือทำให้ร่างกายได้รับเกลือโซเดียมสูง ถ้ากินบ่อยเกินหรือ มากเกินจะทำให้หัวใจทำงานหนัก เกิดความดันเลือดสูงและโรคหัวใจได้ง่ายนอกจากนั้นกระบวนการหมักดองยังทำให้เกิดสารแอมโมเนียมไนไตรด์ซึ่งเป็นสาร ก่อมะเร็ง

5. ตับหมู:
ตับหมูมีโคเลสเตอรอลสูง การกินตับหมูบ่อยเกิน หรือมากเกินทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจ เส้นเลือดสมอง (อัมพฤกษ์-อัมพาต) และโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น

6. ผักขม ปวยเล้ง:
ผักขมและปวยเล้งมีสารอาหารสูง ทว่า... มีกรดออกซาเลตมาก ทำให้เกิดการขับสังกะสี และแคลเซียมออกจากร่างกายมาก การกินบ่อยเกิน หรือมากเกินอาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลเซียม หรือสังกะสีได้

7. บะหมี่สำเร็จรูป:
บะหมี่สำเร็จรูปมีสารกันบูด สารแต่งรสค่อนข้างสูง และมีคุณค่าทางอาหารต่ำการ กินบะหมี่สำเร็จรูปมากเกิน หรือบ่อยเกินอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคขาดอาหารและการ สะสมสารพิษได้

8. เมล็ดทานตะวัน:
เมล็ดทานตะวันมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ทว่า... การกินมากเกิน หรือบ่อยเกินอาจทำให้กระบวนการเคมี (metabolism) ในร่างกายผิดปกติ ทำให้เกิดการสะสมไขมันในตับภาวะไขมันในตับสูงอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคตับ เช่น ตับแข็ง ฯลฯ เพิ่มขึ้น 

9.เต้าหู้หมัก เต้าหู้ยี้:
กระบวนการหมักเต้าหู้อาจมีการปนเปื้อนเชื้อโรคได้ง่าย... ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อคนสูงอายุ หรือเด็กเล็กได้นอกจากนี้กระบวนการผลิตยังทำให้เกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย

10. ผงชูรส:
คนเราไม่ควรกินผงชูรสเกินวันละ 6 กรัม หรือประมาณ 1 ช้อนชา... การกินผงชูรสมาก เกินหรือบ่อยเกินทำให้เกิดภาวะกรดกลูตามิกในเลือดสูงอาจทำให้ปวดหัว ใจสั่น คลื่นไส้และมีผลเสียต่ออวัยวะสืบพันธุ์
</description>
    </item>

    <item>
       <title>เพศที่สาม... แพะรับบาปของศาสนา (0/485)</title>
       <link>http://www.saranair.com/article.php?sid=17321</link>
       <description>ภาพลักษณ์ของเพศที่สามในสังคมไทย

คนชายขอบของสังคม คำ ๆ นี้หมายถึง การที่คนส่วนน้อยที่สูญเสียสิ่งที่มีค่าในชีวิต เพราะถูกผลักดันออกไปจากเครือข่ายของผลประโยชน์ ที่ระบบศูนย์กลางอำนาจ ดูแลคุ้มครองให้กับคนส่วนใหญ่ซึ่งสัมพันธ์ใกล้ชิดกับระบบอำนาจ อาจด้วยสาเหตุที่คนส่วนน้อยดังกล่าว ตัดขาดตนเองอยู่นอกขอบเขตทางกายภาพของสังคมใหญ่ คำว่า คนชายขอบของสังคม จึงมีนัยพอที่จะครอบคลุมถึงใครก็ตามที่ถูกกระทำ ให้ไร้ตัวตนไร้เกียรติและศักดิ์ศรีในสังคม
จากข้อความข้างต้น จะสังเกตเห็นได้ว่า เป็นลักษณะที่เพศที่สามถูกสังคมวางเอาไว้ ให้กลายเป็นแบบนั้น กลายเป็นคนชายขอบที่สังคมหมางเมิน ไม่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย ถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ และกลายเป็นคนบาปของสังคม
	เหตุใดเพศที่สามจึงมีภาพลักษณ์กลายเป็นแบบนี้ ?
	เพศที่สามเป็นคนบาปตามที่ศาสนากล่าวหาจริงหรือ ?

เหตุใดภาพลักษณ์ของเพศที่สามจึงกลายเป็นเช่นนั้น ?

เพราะว่าความแตกต่างกันของเกียรติ ศักดิ์ศรี คุณค่าของมนุษย์ที่เกิดในสถานะภาพต่างๆล้วนแต่เป็นสิ่งที่ได้รับการอ้างเหตุผลรองรับด้วยความเชื่อทางศาสนา เพราะศาสนาให้คำอธิบายที่เรียกว่า จักรวาลวิทยา ที่อธิบายว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีกำเนิดมาอย่างไร ดังนั้นคนในสังคมจึงยึดศาสนาเป็นที่พึ่งทางใจ เมื่อศาสนาได้กล่าวว่า เพศที่สามเป็นคนบาป คนในสังคมก็น้อมรับและตราหน้าเพศที่สามอย่างยินดีว่าเป็นคนบาป
ศาสนาคริสต์ ตราหน้าเพศที่สามว่า เป็นบุคคลที่เสื่อมจากสิริของพระผู้เป็นเจ้า
ศาสนาอิสลาม กล่าวถึงเพศที่สามไว้ว่า การเป็นเพศที่ 3 จะมีความผิดเมื่อการเป็นเช่นนั้น เกิดจากความพยายามที่จะเป็น (ความผิดทำนองเดียวกับการศัลยกรรมรูปร่างหน้าตา เพราะไม่พอใจต่อสิ่งที่มีอยู่เดิมตามธรรมชาติ)  หรือ แสดงออกในสิ่งที่ผิดศีลธรรมของสังคมอิสลาม
ศาสนาพุทธ พูดถึงเหตุของการเกิดเป็นเพศที่สามเอาไว้ว่า คนที่เกิดเป็นเพศที่สามเป็นเพราะชาติที่แล้วทำกรรม ผิดศีลข้อกาเม
เพราะว่าศาสนาได้กล่าวถึงเพศที่สามเอาไว้เช่นนี้ เมื่อคนยึดถือในศาสนา เพศที่สามจึงกลายเป็นจุดบอดที่น่าอับอายของสังคมไปโดยปริยาย

มีหลักการอย่างไรในการแบ่งแยกเพศที่สามออกจากสังคม

สิ่งนี้สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดเรื่อง การขยายออกของตัวตน และ การข้ามพ้นตนเอง ตัวตนของเราสามารถขยายออกได้ในอีกแบบหนึ่ง คือในการเกิดขึ้นของความเป็น พวกเรา และ คนอื่น นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่า อัตลักษณ์ร่วม เมื่อคนกลุ่มหนึ่งมีอะไรหลายๆ อย่างร่วมกันจนสามารถตั้งชื่อพิเศษให้กับกลุ่มของตน สร้างความรู้สึกพิเศษให้แก่กลุ่มของตน ตีวงแยกกลุ่มของตนออกจากคนอื่นที่เหลือทั้งหมด สร้างความรู้สึกยกย่องในเกียรติและค่าของตนเองที่เกิดขึ้นจากความรู้สึกว่ากลุ่มของตนอยู่เหนือผู้อื่นในด้านใดด้านหนึ่ง หรือหลายๆ ด้าน ซึ่งศาสนาก็ใช้แนวคิดนี้เองในการแบ่งแยกเพศที่สามออกมาและโยนความผิดทำให้เพศที่สามกลายเป็นแพะรับบาปของสังคม ประเด็นนี้แสดงให้เราเห็นว่าธรรมชาติของอัตลักษณ์ร่วมคือการแสวงหาอำนาจให้กลุ่มตัวเองเพื่อชัยชนะและการอยู่เหนือผู้อื่น แก่นแท้ของอัตลักษณ์ร่วมจึงเป็นเรื่องของอำนาจที่จะครอบครองทรัพยากรอย่างมีตนเองเป็นใหญ่
จะสังเกตได้ว่าว่าในทุกอารยะธรรมใหญ่ๆของมนุษย์มีการกำหนดให้ผู้หญิงมีสถานะที่ตํ่ากว่าผู้ชาย นั่นก็เป็นอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นการสร้างอัตลักษณ์ร่วม คือ เมื่อเพศชายรวมตัวกันมากขึ้นก็สร้างความยกย่องในเกียรติและค่าของตนเองออกจากเพศหญิง และสร้างความเชื่อเข้าไปในศาสนาว่า เพศหญิงเป็นเพศที่มีกรรม ต้องเกิดมาใช้กรรม แต่แล้วเมื่อเกิดมีเพศที่สามขึ้นในหมู่เพศชายที่ยกตัวขึ้นเหนือกว่าผู้หญิง ทำให้มีความรู้สึกเหมือนถูกกบฏ จึงมีการกล่าวอ้างจากศาสนาเข้ามาว่า เพศที่สามเป็นคนบาป เป็นเรื่องด่างพร้อยของสังคม

ทฤษฏีความเป็นอื่น Otherness จะกำหนดตัวเรา กำหนดอารยะธรรมของเรา

ความเป็นอื่น (The) Other : เป็นแนวคิดที่มาจากนักปรัชญาฝรั่งเศส Foucault &quot;ความเป็นอื่น&quot; (the other) หมายถึง คนอีกคนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่งซึ่งได้ถูกนิยามในฐานะที่เป็นคนที่แตกต่าง หรือหมายถึงคนที่มีสถานะต่ำกว่าหรือเป็นรองกว่า (sub-human) ที่รวมเข้ากับเอกลักษณ์ของกลุ่มๆ หนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น การเกาะกันภายในของกลุ่มนาซี ขึ้นอยู่กับการที่พวกเขานิยามตัวของพวกเขาเองสวนกันกับ (พยายามที่จะธำรงรักษาความต่างจาก) ภาพลักษณ์ของชาวยิวของพวกเขา ในความหมายนี้ &quot;ความเป็นอื่น&quot; คือการลดคุณค่าลงมาครึ่งหนึ่ง เมื่อมันได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้กับกลุ่มคน&quot; (สมเกียรติ ตั้งนโม, 2544) การ &quot;ด้อยพัฒนา&quot; ก็คือเป็น &quot;ความเป็นอื่น&quot; ที่ถูกกำหนดขึ้นโดยวาทกรรมของการพัฒนา
ความเป็นอื่น (The) Other : คือการสร้างความเป็น ตัวตน หรือ องค์รวม ของ
กลุ่มคนนั้นมีความชัดเจนเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ในขณะเดียวกันก็ปลุกเร้าให้สมาชิกที่อยู่ในกลุ่มนั้นเกิดความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และต้องการที่จะแสดงตนในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์รวมนั้น.... ในขณะเดียวกัน เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการกระตุ้นความเป็นกลุ่ม โดยการเปรียบเทียบกับการมี และดำรงอยู่ของ ชาติอื่น (others) หรือ ความเป็นอื่น (Otherness) อันสื่อถึงภาพลักษณ์ และการแสวงประโยชน์ที่แตกต่าง ที่นำมาซึ่งความไม่อาจไว้วางใจซึ่งกันและกัน ความหวาดระแวง ความขัดแย้ง การแก่งแย่งแข่งขัน และความเป็นศัตรู
แนวคิดจาก Erick Erikson มองว่า แต่เดิมนั้นมนุษย์เป็นสัตว์ประเภทเดียวกัน แต่ได้แบ่งแยกตัวเองออกเป็นชาติ เป็นเผ่า วรรณะ ชนชั้น ศาสนา และอุดมการณ์ที่ต่างกัน จนทำให้เกิดความรู้สึกว่าตนเท่านั้นเป็นมนุษย์ประเภทที่แท้จริง กลุ่มอื่นล้วนเป็นเพียงอะไรบางอย่างที่ต่ำกว่ามนุษย์  
ติช นัท ฮันห์ พระเซนชาวเวียดนามเห็นว่า ความยึดมั่นถือมั่นใน &quot;ตัวเรา&quot; &quot;ตัวเขา&quot; &quot;ของเรา&quot; &quot;ของเขา&quot; นั้น เป็นการทำให้มนุษย์ขาดความสามารถที่จะมองเห็นความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น เกิดความไม่พยายามที่จะเข้าใจผู้อื่น และไม่เปิดใจกว้างยอมรับซึ่งกันและกัน จนตกเป็นเหยื่อของลัทธิความเชื่อใดความเชื่อหนึ่งได้อย่างง่ายดาย เราทั้งหลายควรมอง ให้เห็นถึงธรรมชาติที่แท้ของสรรพสิ่ง โดยเข้าใจ ถึงความเป็นมนุษย์ของทุกคนที่มีอยู่อย่างเท่าเทียมกัน แล้วจึงแผ่ขยายลึกซึ้งไปถึงสรรพสัตว์และธรรมชาติ  เพื่อที่ในที่สุดความเมตตาและความรักจักผลิบานขึ้นในจิตใจของเรา และเราจะตระหนักได้ว่า ผู้ที่เรากล่าวกันว่าเป็นศัตรูนั้น แท้จริงมิใช่ศัตรู ทั้งหมดเป็นเพียงภาพลวงที่เกิดจากความงมงายของเราต่อลัทธิใดลัทธิหนึ่งเท่านั้น
</description>
    </item>

    <item>
       <title>ดูนิสัยคนจากเดือนเกิด (1/685)</title>
       <link>http://www.saranair.com/article.php?sid=17320</link>
       <description>มกราคม 
    
ทะเยอทะยาน จริงจัง อดทน 
ชอบสั่งสอน รักการเรียนรู้ ขยันทำงานตัวเป็นเกลียว 
มีความคิดสร้างสรรค์ ฉลาด เจ้าระเบียบ ทำอะไรเป็นแบบแผนขั้นตอนไม่มีนอกลู่นอกทางแม้แต่น้อย 
อ่อนไหว ช่างคิดรู้วิธีทำให้คนอื่นมีความสุข 
ปกติจะเงียบขรึมถ้าไม่ได้กำลังตื่นเต้น หรือ เข้าสู่ภาวะคับขัน 
สงบเสงี่ยม กระตือรือร้น โรแมนติกแต่ไม่ค่อยยอมแสดงออกเท่าไร 
ห่วงใยใส่ใจคนอื่น แต่ไว้วางใจใครง่ายไปหน่อย 
ติดบ้าน 
ซื่อสัตย์ ขี้อาย 
ไม่ค่อยชอบเข้าสังคม แถมขี้ หึงอีกต่างหาก 

    
  
กุมภาพันธ์ 
    
ช่างฝัน รักทั้งโลกแห่งความเป็นจริงและโลกแห่งความฝัน 
ไหวพริบปฏิภาณดี ฉลาด หากแต่บุคลิกภาพแปรปรวนไปนิด 
เจ้าอารมณ์ เงียบ ขี้อาย สุภาพ ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง 
ซื่อสัตย์ 
ชอบตั้งเป้าหมายในชีวิต 
รักอิสระเหนือสิ่งอื่นใด 
ขบถได้ง่ายถ้าถูกบีบคั้น แอบก้าวร้าวบ้างบางครั้ง แต่ที่จริงอ่อนไหวมาก เสียใจง่าย ! โกรธก็ง่าย 
ไม่ชอบเรื่องไร้สาระ ชอบคบเพื่อนฝูงใหม่ๆ น่ารักๆ 
รักกิจการงานบันเทิงทุกชนิดโรแมนติกลึกๆ แต่ไม่แสดงออก 
เชื่อถือโชคลาง 
ใช้จ่ายเงินเก่ง 

    
  
มีนาคม 
    
มีเสน่ห์ เป็นที่รักของผู้อื่น 
ขี้อาย สงบเสงี่ยม ลึกลับ 
ซื่อตรง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นอกเห็นใจ รักสันติและความสงบ 
อ่อนโยน ชอบเอาอกเอาใจคนอื่น 
ใจเย็น ไว้ใจได้ 
เห็นค่าคนอื่น ใจดี 
เคร่งศีลธรรม แต่ติดนิสัยชอบประเมินคนอื่น 
เจ้าคิดเจ้าแค้น แถมยังเพ้อฝัน ชอบสร้างจินตนาการ 
รักการเดินทาง 
รักการเป็นจุดสนใจ 
ใจเร็วไปนิดถ้าคิดจะลงหลักปักฐานกับใคร 
ชอบตกแต่งบ้านเอง 
มีพรสวรรค์ เรื่องดนตรี รักข้าวของแปลกๆ 
ข้อควรระวังคืออารมณ์หงุดหงิดง่าย 

    
  
เมษายน 
    
กระตือรือร้น ไม่ชอบหยุดนิ่งอยู่กับที่ 
เข้มแข็งเด็ดขาด แต่กลับใจอ่อนอย่างไม่น่าเชื่อกับคำขอโทษ 
ดึงดูดใจและเป็นที่รักของผู้คน ใจแข็ง 
รักการเป็นจุดสนใจ 
พูดจาฉลาดถนอมน้ำใจทุกฝ่าย 
ชอบปลอบโยน 
มนุษย์สัมพันธ์ดี ชอบเสนอแนะแก้ปัญหาให้คนอื่น 
กล้าหาญ ชอบผจญภัย 
สุภาพเอื้อเฟื้อ แต่เจ้าอารมณ์ ชอบกระตุ้นทั้งตัวเองและคนรอบข้าง 
และขี้หึงมากเช่นกัน 

    
  
พฤษภาคม 
    
ดื้อดึง ใจแข็ง กล้าแกร่ง 
ตั้งใจมั่น แรงจูงใจสูง 
หลักแหลม 
โกรธง่าย อารมณ์แปรปรวน 
ชอบการเป็นจุดสนใจ 
นิ่ง ไม่ค่อยแสดงอารมณ์มากนัก 
มีจุดยืนของตัวเอง แข็งนอก อ่อนใน 
มีอิทธิพล แต่ก็มีเสน่ห์ 
ชอบปลอบโยนผู้อื่น 
มีระบบระเบียบ เพ้อฝัน ถือโชคลาง 
มีสัมผัสพิเศษ เข้าอกเข้าใจจินตนาการกว้างไกล 
รักการเดินทาง ไม่ชอบอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ไม่ชอบหยุดนิ่ง 
ทำงานหนัก ความรับผิดชอบสูง แต่สุรุ่ยสุร่ายไปหน่อย 

    
  
มิถุนายน 
    
คิดการณ์ไกล หัวก้าวหน้า 
ใจอ่อนกับคนใจดี 
สุภาพ พูดจาเบามีความคิดสร้างสรรค์มากมาย 
อ่อนไหว ชอบคิดค้น เสียตรงที่ขี้ลังเล 
ไม่รักษาเวลา 
สนุกสนาน มีอารมณ์ขัน ชอบเรื่องตลก 
มีทักษะดีในการโต้แย้ง ช่างพูดช่างคุย ชอบฝันกลางวัน 
เป็นมิตร รู้ว่าจะหาเพื่อนได้อย่างไร 
อดทน 
ชอบแสดงออก เสียใจง่าย ชอบแต่งตัว 
ขี้เบื่อ นานๆ จะแสดงอารมณ์ออกมาซักที ถ้าเสียใจต้องใช้เวลานานในการเยียวยา 
ชอบการบริหาร 
หัวรั้น 
ถือคติแปลกๆ ว่าใครประจบประแจงคือศัตรู ส่วนเพื่อนแท้ต้องไม่กลัวที่จะขัดใจ 

    
  
กรกฎาคม 
    
อยู่ด้วยแล้วสนุก มีเสน่ห์ 
เก็บความลับได้ แต่ยากที่จะเข้าถึงตัวตนที่แท้จริง 
เงียบถ้าไม่มีอะไรตื่นเต้น 
หยิ่งทะนงในตัวเอง ช่างเลือก 
มีความรับผิดชอบ ชอบปลอบโยนคนอื่น 
ซื่อตรง ซื่อสัตย์ 
สนใจความรู้สึกคนรอบข้าง 
มีไหวพริบ 
ใจดี ไม่ผูกใจเจ็บใคร 
ไม่ชอบเรื่องไร้สาระทั้งหลาย 
มีอิทธิพลต่อคนอื่นทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ 
อ่อนไหว ไม่ไว้วางใจใครง่ายๆ 
ห่วงใยใส่ใจคนอื่น ปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างเท่าเทียม เห็นอกเห็นใจ 
แย่ตรงที่ชอบตัดสินคนอื่นเพียงเพราะสิ่งที่สังเกตเอาเอง 
รักการเดินทาง ศิลปะ ดนตรี และวรรณกรรม 
เรียนดี! 
ชอบอยู่คนเดียวเงียบๆ ไม่ชอบความวุ่นวาย 
เสียใจง่ายแถมต้องใช้เวลานานกว่าจะหาย 
ทุ่มเททุกอย่างให้งาน 

    
  
สิงหาคม 
    
ชอบเรื่องตลก 
มีเสน่ห์ สุภาพอ่อนโยน 
ใส่ใจคนอื่น 
กล้าหาญไม่เคยกลัวอะไรทั้งสิ้น 
มั่นคงเด็ดเดี่ยว เป็นผู้นำเต็มตัว 
รู้ว่าต้องดูแลปลอบโยนคนอื่นอย่างไร แต่เสียตรงที่เอื้อเฟื้อเกินไป 
มั่นใจตัวเองเกินไป 
เรียกร้องต้องการการยกย่องนับถือมุ่งมั่นแรงกล้าสุดๆ 
แถม โกรธง่ายเกินเหตุ โดยเฉพาะเมื่อถูกแหย่หรือกระตุ้น 
ขี้หึง 
เคร่งศีลธรรม 
หุนหันพลันแล่น 
ความคิดอิสระไม่ค่อยเหมือนใคร 
รักทั้งการเป็นผู้นำและถูกนำ 
ช่างฝัน มีพรสวรรค์เรื่องศิลปะดนตรี และกลไกการป้องกันตัว 
อ่อนไหวเหมือนกันแต่ไม่ค่อยจะอยากยอมรับ ยุ่งเหยิงวุ่นวาย ตลอดเวลา 
โรแมนติค รักใคร่และห่วงใยคนอื่น 
ชอบคบหาเพื่อนฝูงใหม่ๆ 

    
  
กันยายน 
    
สุภาพอ่อนโยน ประนีประนอม 
ระวังตัวแจ 
วางขั้นตอนชีวิตอย่างเป็นแบบแผน 
ชอบตอกย้ำจุดอ่อนคนอื่น 
ชอบการวิพากษ์วิจารณ์ 
เยือกเย็นและสงบ 
ใจดี เห็นอกเห็นใจคนอื่น 
รอบรู้เรื่องต่างๆ 
ซื่อตรง 
ทำงานเก่ง 
อ่อนไหว 
ช่างคิด 
ความจำดี สนใจใฝ่รู้ 
ชอบการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ 
มีแรงจูงใจ เข้าอกเข้าใจ 
เก็บความลับอยู่ 
รักกีฬากิจกรรมยามว่าง และ การเดินทาง 
ไม่แสดงอารมณ์เสียจนเกือบจะเป็นคนเก็บกด 
ช่างเลือกโดยเฉพาะเรื่องแฟน 

    
  
ตุลาคม 
    
รักการพูดคุยเป็นชีวิตจิตใจ 
รักทุกคนที่รักตัวเอง 
รักการเจาะเข้าสู่จุดศูนย์กลางของเรื่องต่างๆ 
มีเสน่ห์ 
สุภาพนุ่มนวล 
จิตใจและรูปร่างสวยงาม 
ไม่โกหกเสแสร้ง 
เห็นอกเห็นใจคนอื่น 
ให้ความสำคัญกับเพื่อน ชอบคบหาเพื่อนใหม่อยู่เรื่อย 
เสียใจง่ายก็จริงแต่ไม่ต้องห่วง แป๊บเดียวก็หายเศร้า 
ชอบช่วยเหลือคนอื่น 
ชอบฝันกลางวัน ความคิดบรรเจิด 
มีสัมผัสพิเศษ 
รักการเดินทาง ศิลปะ และวรรณกรรม 
พูดจานุ่มนวล รักและใส่ใจคนอื่น โรแมนติก ขี้หึง 
เป็นห่วงเป็นใย รักความยุติธรรม 
เชื่อคนง่าย เพราะมองโลกสวยงาม 
สูญเสียความเชื่อมั่นง่ายมาก 

    
  
พฤศจิกายน 
    
ความคิดล้านแปดเต็มหัว ยากที่จะเข้าถึง คิดการณ์ล้ำหน้า 
โดดเด่นหัวไว ใส่ใจและชอบให้คำแนะนำ 
อยากรู้อยากเห็น 
รู้จักวิธีตะล่อมคุ้ยความลับ 
ชอบคิดอยู่ตลอดเวลา 
พูดน้อยแต่อัธยาศัยดี 
กล้าหาญและเอื้อเฟื้อ 
อดทน หัวรั้น ใจแข็ง ถือคติ ตราบใดที่ยังมีความหวัง ตราบนั้นก็ยังมีหนทางเสมอ 
มีเป้าหมายในชีวิต ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ 
โกรธยากมากถ้าไม่ถูกยั่วจนถึงขั้นจริงๆ 
ชอบอยู่คนเดียว 
มีแรงจูงใจในตัวเอง โดยไม่สนใจการยอมรับนับถือจากคนอื่น 
มั่นคง เด็ดเดี่ยว 
รักใครรักจริง 
เจ้าอารมณ์ 
โรแมนติก แต่ไม่ค่อยสนใจสัมพันธ์จริงจังนัก 
รักบ้าน 
ทำงานหนัก 
มีความสามารถสูง 
ไว้ใจได้ 

    
  
ธันวาคม 
ซื่อสัตย์และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ 
กระตือรือร้นในการแข่งขัน และปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น 
แต่ ไม่ค่อยมีความอดทน 
ทะเยอทะยาน มีอิทธิพลในสังคม 
รักการเข้าสังคมมาก 
รักการได้รับการยอมรับ การเป็นจุดสนใจ 
รักการที่มีคนอื่นมารักตัวเอง 
ซื่อตรงและไว้ใจได้ ไม่เสแสร้ง แต่อารมณ์เสียง่าย 
เกลียดการถูกบีบบังคับ 
รักเรื่องตลก มีอารมณ์ขันและมีเหตุผล
</description>
    </item>

    <item>
       <title>ถุงผ้า กับ ภาวะโลกร้อน (0/758)</title>
       <link>http://www.saranair.com/article.php?sid=17319</link>
       <description>อย่างที่เราทราบกันดีว่าถุงพลาสติกนั้นทำให้เกิดขยะขึ้นบนโลกของเรามากมาย แถมยังใช้เวลาย่อยสลายนานถึง 450 ปีอีกด้วย ปัจจุบันเฉพาะในกรุงเทพมหานครมีขยะที่เป็นถุงพลาสติกถึง 1,800 ตันต่อวันเลยทีเดียว โอ้โห ! อะไรจะมากมายขนาดนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าถุงพลาสติกนั้นกำลังมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมากมายบนโลกของเรา เพราะฉะนั้นจึงมีคนที่มองเห็นถึงปัญหานี้ และได้ผลิตถุงผ้าออกมาให้พวกเราได้ใช้กัน เพื่อที่จะรณรงค์ในการลดใช้ถุงพลาสติกและก็จะช่วยบรรเทาภาวะโลกร้อนลงได้

ปัจจุบันได้มีถุงผ้าหลากหลายรูปแบบออกมาวางขายกันให้เราได้เลือกซื้อเยอะไปหมด หลังจากที่ถุง I&amp;#8217;m Not a Plastic Bag ของดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ Anya Shindmarch ได้ถูกออกแบบและออกมาวางขายจนโด่งดังจนมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ก็มีผู้ที่หันมาให้ความสนใจ และผลิตถุงผ้าออกมาวางขายกันอย่างมากมาย

ตอนนี้องค์กรต่างๆของบ้านเราก็เริ่มหันมาผลิตถุงผ้าของตัวเองออกมา และก็มีการรณรงค์ให้ใช้ถุงผ้ากันอย่างกว้างขวางมากขึ้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกคนหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนกันมากขึ้น บางคนอาจะมีคำถามในใจขึ้นว่า แล้วเราจะใช้ถุงผ้าตอนไหน ? ใช้ทำอะไร ? ผมก็พอจะตอบแบบตรงๆได้ว่า ก็ให้ใช้แทนถุงพลาสติกที่ท่านใช้ในแต่ละวันไงครับ ผมจะลองยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพนะครับ

- เข้ามินิมาร์ท ก็บอกพนักงานว่าไม่ต้องใส่ถุง และก็เก็บใส่ถุงผ้าเราแทน 
- เข้าไปซื้อของในโลตัส คาร์ฟู ก็ใช้ได้นะ อายทำไมถุงเราสวย 
- ซื้อกับข้าวแถวบ้าน ก็ใส่ถุงผ้าแทน ลดถุงพลาสติกไปได้หลายถุงเลย 

ถ้าเราทุกคนร่วมมือกัน และหันมาใช้ถุงผ้ากันมากๆ ต่อไปเราก็จะเห็นคนหันมาใช้ถุงผ้าตามกันมากขึ้น เพราะบางท่านอาจจะไม่ค่อยกล้าใช้ หรือมองว่ามันลำบากมากขึ้น แต่ยังไงก็ขอให้ช่วยกันเถอะครับ เพื่อที่จะแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน

ยังไงก็ตามแต่หากเรามองถุงผ้าเป็นสินค้าแฟชั่น และซื้อมาไว้มากมายเกินความจำเป็น มันก็จะไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้น กลับจะทำให้เกิดขยะบนโลกมากขึ้น ทั้งนี้ก็ขอให้มองจุดประสงค์ที่แท้จริงที่ทำให้ถุงผ้าเกิดขึ้นมา อย่าตามกระแสแฟชั่นมากเกินไป เพราะมันก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนขึ้นนั่นเอง

</description>
    </item>

    <item>
       <title>ข้อคิดเพื่อครอบครัว (1/1022)</title>
       <link>http://www.saranair.com/article.php?sid=17317</link>
       <description>1.   ข้อสำคั&amp;#173;ญของการเลือกคู่ คือเราไม่ได้เลือกใครเพราะเขาสมบูรณ์แบบ แต่เพราะเขามีจุดดีหลักๆ ที่เราประทับใจ ส่วนจุดอ่อนด้อยนั้นเป็นส่วนปลีกย่อยที่เรา สามารถยอมรับได้อย่างไม่ยากเย็น 
  
2.   ในความเป็นจริงไม่มีใครดีเลิศสมบูรณ์แบบ   ถ้าเรามอง ไม่เห็นจุดอ่อนด้อยของเขาเลย นั่น แสดงว่าเรายังไม่รู้จักเขาอย่างแท้จริงหรือไม่ เราก็กำลังตกอยู่ในความหลงใหล . จนไม่ลืมหูลืมตา 
  
3.   การแต่งงาน คือ การผูกพันกันด้วยหัวใจ   ไม่ใช่เพียงร่างกายและยิ่งไม่ใช่การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เชิงธุรกิจ   
  
4.   คนที่แต่งงานเพราะความเหงา จะยิ่งเหงาหนักเป็น 2 เท่า แต่งงานแบบคลุมถุงชน ก็มีแนวโน้มว่า ชีวิตจะมืดมนไปอีกนาน   
  
5.   ความสุข ความทุกข์ ครึ่งหนึ่งอยู่ที่ชีวิตหลังแต่งงาน   คิดให้ดีก่อนที่จะเลือกใคร มาเป็นคู่ชีวิต   ... 
  
6.   บ้านจะเล็กหรือใหญ่ ไม่สำคัญ &amp;#173; แต่ &quot; ความรัก &quot; ต้องให &amp;#173; ่ญที่สุดในบ้าน   
  
7.   คำว่า &quot; รัก &quot; พูดมากไป ย่อมดีกว่า พูดน้อยไป ...   
  
8.   เมื่อเรา ทำผิด .... จง &quot; ขอโทษ &quot; เมื่อเขา ทำผิด .... จง &quot; ให้อภัย &quot; 
  
9. ชีวิตแต่งงาน คือ ชีวิตแห่งการปรับตัว   ถ้าไม่คิดจะปรับตัวเข้าหาใคร อยู่เป็นโสดไป   ก็ดีกว่า ... 
  
10.   ยอมเป็นผู้แพ้ ดีกว่า   เป็นผู้ชนะที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากชีวิตสมรสที่หักพัง ... 
  
11.  &quot; แก้ตัว &quot; .... ช่วยอะไรไม่ได้   &quot; แก้ไข &quot; ....... ช่วยได้ทุกอย่าง ... 
  
12.   เมื่อมีปั &amp;#173; ญหาในครอบครัว   อย่าลืมใช้ความรักและหลักเหตุผลเป็นกรรมการตัดสิน ไม่ใช้ อารมณ์   หรืออาวุธ .. 
  
13.   งอนแต่พองาม ... ก็งามดี แต่งอนเกินพอดี   ก็เกินงาม ... 
  
14.   ต่างคนต่างแข็ง ไม่มีใครยอมอ่อนข้อต่อกัน ... บ้าน ... ก็ คงไม่ต่างอะไรกับสนามรบ   
  
15.   เมื่อสามีอ่อนแอ ไม่รับบทบาทผู้นำ ความสับสนวุ่นวาย ก็ตามมา   หรือเมื่อภรรยา พยายามแย่งบทบาทการนำจากสามี ชีวิตครอบครัวก็รอดยาก   
  
16.   ความไม่ซื่อสัตย์ ต่อกันเพียงครั้งเดียว   ก็อาจสั่นคลอนความไว้วางใจที่มีให้กันได้ ท้ายที่สุด ชีวิตคู่ก็จบลงด้วยความแตกร้าวยากเยียวยา 
  
17.   ความเห็นแก่ตัว สนใจแต่ปัญ &amp;#173; หา อารมณ์ ความรู้สึก   และความสนใจของตัวเองชีวิตคู่ ก็อยู่ด้วยกันยาก 
  
18.   ก่อหนี้สินจนล้นพ้นตัว   ครอบครัวก็มีแต่ความตึงเครียดทุกเช้าเย็น 
  
19.   เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด   หรือทั้งสองฝ่ายเรียกร้องและคาดหวังจากกันและกันมากเกินพอดี   ปัญ &amp;#173; หาก็จะมีเรื่อยไป &amp;#8230; ไม่สิ้นสุด 
  
20.   ควรตระหนักว่า ... ภรรยา   ไม่ใช่ผู้ปรนนิบัติรับใช้สามี แท้จริงแล้ว สามีภรรยา   ควรเอาใจใส่ดูแลกันและกันอย่างดีที่สุด ... ย่อมดีกว่า 
  
21.   ไม่มีอะไร ทำให้ภรรยาปวดร้าวใจ มากเท่าการค้นพบว่า   สามีมีหญิงอื่นในหัวใจ 
  
22.   รักเดียว ... ใจเดียว ไม่ใช่เรื่องเชย   แต่เป็นเรื่องดีที่ สามีทุกคนในโลกควรกระทำ   
  
23.   การขอโทษภรรยาเมื่อทำผิด ไม่ใช่เรื่องเสียศักดิ์ศรี   แต่เป็นศักดิ์ศรีของสามี ... ที่แท้จริง   
  
24.   ไม่ควรมองว่า งานดูแลบ้าน เป็นความรับผิดชอบของภรรยา   สามีควรมีส่วนช่วยแบ่งเบาภาระอย่างสุดความสามารถเสมอ   
  
25.   สรีระรูปร่างหน้าตา ที่เปลี่ยนไปของภรรยา   ไม่ควรเป็นเหตุให้ความรักในหัวใจของสามีจืดจางลงแม้แต่น้อย 
  
26.   ควรระลึกอยู่เสมอว่า ... การนำครอบครัวนั้น คือ   การนำโดยเห็นผลประโยชน์ของครอบครัวเป็นหลักไม่ใช่ เพื่อความสุข   ความพึงพอใจของตนเอง 
  
27.   ภรรยาที่ดี ควรสนับสนุนสามีให้ก้าวไกลในชีวิต   ไม่ใช่ดึงรั้งให้หยุดอยู่กับที่ หรือถอยหลัง 
  
28.   ภรรยาที่ดี ไม่ควรใช้วิธีการบีบบังคับทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อให้สามีตัดสินใจตามความคิดของตน 
  
29.   ในสถานการณ์หน้าสิ่ว หน้าขวาน สามีต้องการภรรยาที่สงบนิ่ง   ช่วยกันคิดหาทางออก ไม่ใช่ภรรยาที่เอาแต่โวยวาย ตีโพย ตีพายหรือร้องไห้ฟูมฟาย   โดยปล่อยให้เขาต้องแบกภาระหนักอึ้งเพียงลำพัง   
  
30.   การไม่ตีลูก เพราะกลัวลูกเจ็บ เมื่อยังเป็นเด็ก   กลับจะ ทำให้เขาเจ็บปวดยิ่งกว่า เมื่อเขาโตขึ้นเป็นผู้ให &amp;#173; ่ญที่สร้างปั &amp;#173; ญหา   และถูกลงโทษ . .. จากสังคม 
  
31.   ช่องว่างระหว่างวัย .. ระหว่างรุ่น ... ย่อมไม่มี   ถ้าพ่อแม่ตระหนักถึงความสำคัญ &amp;#173; และใช้ความพยายามที่มากพอ วิธีที่ดีที่สุด คือ   พ่อแม่ควรวางแผนเพื่อป้องกันปัญ &amp;#173; หาที่อาจเกิดกับลูก   ไม่ใช่ตามแก้ปัญ &amp;#173; หาเมื่อเกิดขึ้นแล้ว 
  
32.   พึงตระหนักว่า ลูกไม่ใช่ดินน้ำมัน ที่พ่อแม่   อยากจะปั้นให้เขาเป็นอะไรก็ได้ตามใจชอบ   เขาย่อมมีจิตใจที่มีเอกลักษณ์แห่งความชอบ   ความสนใจที่แตกต่างไปจากพ่อแม่ได้เสมอ </description>
    </item>

    <item>
       <title>รู้ใจ ทายนิสัยคนใกล้ตัวทั้ง12 เดือน (0/1241)</title>
       <link>http://www.saranair.com/article.php?sid=17316</link>
       <description>&lt;b&gt;คนเกิดเดือนมกราคม&lt;/b&gt;
เป็นคนค่อนข้างรอบคอบ ระมัดระวังวิตกจริต คิดมากตลอดเวลา ในบางคนก็ชอบเก็บสะสมของเก่า ของโบราณ รู้จักเก็บ มัธยัสถ์ งก ขี้เหนียว เสียดายของ ประหยัด ชอบที่จะแชร์ค่าใช้จ่าย มองกำไรขาดทุนไว้ก่อนเสมอ ดูเหมือนเห็นแก่ตัว แต่จริง ๆ แล้วฉลาดจึงสามารถเป็นนักธุรกิจที่ดีได้ ทะเยอทะยาน ชอบเอาชนะ บางทีก็คิดเล็กคิดน้อยอะไรไม่รู้ เชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก ทรหดอดทนเป็นยอดเลยล่ะ โดยเฉพาะในเรื่องงานแล้วล่ะก็บ้างานมาก บ้านจนทำให้บางทีความรักที่มีอยู่จืดไปเลย จะแต่งงานช้าก็เพราะมัวแต่เลือกมากคิดมากอยู่ นั้นแหละ ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับความรักสักเท่าไหร่ ถ้างานที่ต้อรับผิดชอบนั้น ยังไม่เสร็จสิ้น เพราะเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง เป็นนักปฏิบัติแต่ในด้านความรัก ก็ใช่ย่อยมีเสน่ห์ล้ำลึกนัก มีความต้องการทางเพศค่อนข้างสูงอยู่เหมือนกัน บางครั้งก็ขี้หงุดหงิดเอาแต่ใจตัวเอง แต่ทำเป็นขรึมเย็นชาซะอย่างนั ้นแหล่ะ บางทีก็ชอบเก็บตัวชอบสร้ากำแพง ทำเป็นหยิ่งแต่จริง ๆ กลับเป็นคนง่าย ๆ ไม่มีอะไรหรอก ไม่มีพิษไม่มีภัยกับใคร สงบนิ่ง เจ้าระเบียบซะอีกแน่ะ รักเกียรติยศชื่อเสียงเป็นอย่างยิ่ ทำอะไรไม่ค่อยพึ่งใครชอบทำเอง แต่ก็เป็นคนมีบุญ มักได้คู่ดี

&lt;b&gt;คนเดือนกุมภาพันธ์&lt;/b&gt;
มักเป็นคนที่มีอุปนิสัยร่าเริง เพื่อนฝูงมากมาย เพราะเป็นคนที่ตองการมิตรที่แท้จริง แต่ก็มักไม่ค่อยมีเพื่อนและที่สำคัญมีเพื่อนแท้น้อยมาก ชอบอยู่ในแวดวงสังคมที่ดี เพราะเป็นคนที่สามารถยิ้มแย้มแจ่มใสได้กับทุกสถานการณ์ ถึงแม้ว่าตนเองจะทุกข์อยู่ก็ตาม ชอบที่จะทำให้คนอื่นมีความสุข เป็นคนที่ช่างพูดช่างคุย ตีหน้าได้เก่ง มีนิสัยช่างคิดช่างจำแถมยังมีแผนการมากอีกด้วย เชื่อมั่นและมีความเห็นเป็นของตัวเอง ซื่อตรงดีชอบอิสระไม่ชอบขึ้นกับใคร หรือให้ใครบังคับขู่เข็ญให้ทำ หรืออยู่ใต้การควบคุมของใคร อยากทำอะไรทำเองไม่ต้องมาสั่ง ชอบชีวิตที่เรียบง่ายมากกว่าถึงแม้ว่าตัวจะต้องอยู่ในสังคมก็ตาม เป็นคนที่มีหัวคิดริเริ่มมีไอเดียอะไรดี ๆ และแปลกใ หม่อยู่เสมอ เพราะเป็นคนที่ใส่ใจเรียนรู้และสร้างสรรค์ ตามยุคตามสมัยทันเหตุการณ์ของโลกอยู่เสมอ ชอบเปลี่ยนแปลงจนคนรอบข้างตามไม่ทันหรือคิดไม่ถึงก็มีจริงใจเปิดเผยตรงไป ตรงมา นิสัยไม่ดีคือมักเอาแต่ใจและดื้อรั้นมาก ในบางครั้งก็ดูก้าวร้าวขวานผ่าซากและขี้งอนขี้น้อยอกน้อยใจ เป็นคนที่ชอบสนุกสนาน ชอบช่วยเหลือเพื่อน ทั้งที่ทำคุณกับใครไม่ค่อยขึ้นหรอก คบกับใครก็ได้ ช่างเลือกด้วย แถมไม่ชอบผูกมัดหรือมีพันธะติดกับใคร จึงหาคู่ที่ถูกใจยากออกสักหน่อย

&lt;b&gt;คนเดือนมีนาคม&lt;/b&gt;
เป็นคนที่ชอบเห็นอกเห็นใจชาวบ้าน ชอบช่วยเหลือคนอื่นแล้วก็ไปรับแบกภาระซะอย่างนั้นแหล่ะ เข้ากับคนง่าย ปรับตัวได้ดีมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีจิตใจที่เมตตาโอบอ้อมอารี มีคุณธรรมสูง ชอบสร้างบุญสร้างกุศล แต่มักเป็นคนที่ขี้เหงา ว้าเหว่ หรือไม่ชอบอยู่ในที่แคบ ๆ มักชอบที่จะอยู่ในที่โล่งแจ้งมากกว่า แต่อารมณ์มักอ่อนไหวง่ายมาก ๆ ในบางครั้งก็ขี้หงุดหงิด จิตใจไม่แน่นอน อารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเหมือนน้ำ ที่วันนี้ไม่รู้จะอยู่ในโอ่งหรือว่าขวดกันแน่ บางครั้งก็ดูแข็งบางทีก็อ่อนไหวง่ายเหลือเกิน ด้วยความใจอ่อนนี่แหล่ะมักทำให้สูญเสียโอกาสดี ๆ ไปเสมอ ดูอ่อนโยนสุภาพแต่ก็มีอารมณ์ที่ก้าวร้าว และปากร้ายได้เหมือนกัน เพราะเป็นคนที่เย็นก็ได้ ร้อนก็ได้ เสียใจง่าย ดีใจง่าย คล้อยตามคนอื่นได้ ไม่ค่อยแข่งขันอะไรกับใคร มักพอใจในสิ่งที่ตนมี เป็นคนที่เชื่อเรื่องโชคลางสิ่งลี้ลับ และชอบที่จะจดจำเรื่องเก่า ๆ หลงรักใครได้ง่าย ๆ และมักจะจมอยู่กับรักเก่า ๆ นั้น แบบพวกมีรักฝังใจไม่ยอมลืม แต่กับบางเรื่องกลายเป็นคนที่ขี้ลืมบ่อย ๆ เหมือนคนแก่ และก็เป็นคนที่ไม่ค่อยใส่ใจใฝ่หาอะไรที่มันใหม่ ๆ ซะด้วยซิ ยกเว้นชอบที่จะซื้อรองเท้าใหม่ ๆ อยู่เรื่อยเลย ว่ากันว่าใครที่เกิดในดือนนี้เท้าสวยแล้วจิตใจจะดีแถมเป็นคนชอบชิมชอบกินเสียด้วยซิ

&lt;b&gt;คนเดือนเมษายน&lt;/b&gt;
เป็นคนที่มีนิสัยเหมือนเด็ก ๆ อยากรู้ อยากเห็น อยากได้อยากเป็นไป เสียหมด พอรู้พอเห็นแล้วก็เบื่อไม่เอาแล้ว อยากได้ของใหม่อีกแล้ว คือ เป็นคนขี้เบื่อเหมือนเด็ก ๆ ไม่ค่อยยอมฟังใครง่าย ๆ กล้าได้กล้าเสียไม่ค่อยกลัวอะไร ลุยลูกเดียว แล้วก็เจ็บ แถมเจ็บไม่รู้จักจำอีกด้วย ชอบกลับไปทำซ้ำใหม่แล้วก็เจ็บอีก บางทีก็ชอบทำเรื่องง่าย ๆ ให้เป็นเรื่องยากได้ จู้จิ้จุกจิกกับเรื่องไม่เป็นเรื่องก็ได้แต่เป็นคนที่น่าคบนะเพราะเป็นคนที่จริงใจตรงไปตรงมา ไม่ชอบเอาใจใครหรือเยินยอใคร ชอบไม่ชอบบอกกันตรง ๆ เลย แบบว่าถือของให้ใครก็ไม่เป็น ไม่ชอบผูกมัดชอบอิสระ ชอบที่จะให้คนมาเอาใจมากกว่า และ มักจะหึงและหวงคนรักนะ เพราะถ้ามีรักเมื่อไร จะเป็นคนที่รักเดียวใจเดียว รักแบบบริสุทธิ์ใจซะด้วยซิ และมักเป็นคนที่มีความต้องการทางเพศสูงอยู่เหมือนกันนะจ๊ะ ทะเยอทะยานใจร้อน ทำอะไรก็รวดเร็วทันใจ เดินยังดูรีบ ๆ เลย มีอารมณ์รุนแรงขี้โมโหหงุดหงิดง่าย แต่ก็หายเร็ว ทำอะไรหุนหันพลันแล่น อยู่นิ่ง ๆ ไม่เป็นจะอึดอัดหงุดหงิด เครียด ต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เช่น ชอบออกกำลังกาย หรือทำอะไรที่มันดูเป็นภาคสนามสักห น่อย จะสบายใจกว่าให้นั่งเฉย ๆ ใครอยากเป็นแฟนต้องเข้าใจและเอาใจ อย่าปล่อยให้เหงาเชียวแหล่ะ

&lt;b&gt;คนเดือนพฤษภาคม&lt;/b&gt;
เราจะเห็นว่าเดือนนี้มีสัญลักษณ์เป็นรูปวัวเพราะฉะนั้นต้องเข้าใจก่อนเลยว่า คนที่เกิดในเดือนนี้มักต้องทำเพื่อคนอื่นและต้องอดทนอย่างมาก เหมือนวัวนั่นแหล่ะ ดื้อรั้นเงียบแบบสงบเสียด้วยซิ มักเป็นคนที่ดูจะนิ่งๆ ไม่ค่อยแสดงออกสักเท่าไหร่ เป็นคนที่โกรธใครยาก แต่ถ้าโกรธนานเชียว แล้วถ้ามีใครมาแหย่ ให้โกรธเข้าล่ะก็ คุณแกจะกลายเป็นวัวกระทิงทันทีเลยล่ะ เป็นคนที่รักสวยรักงาม สะอาด รักความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำอะไรถูกกาลเทศะ ความคิด ความอ่านมักค่อนข้างหัวโบราณสักหน่อย เป็นบุคคลที่เปลี่ยนแปลงอะไรยากมาก ๆ เช่น การกิน หรือความเชื่อ ใครบอกก็ไม่เปลี่ยน นอกจากตัวเองจะเปลี่ยนแปลงความคิดหรือการกระทำเอง ไม่ค่อยยืดหยุ่นกับชีวิต ชอบคิดว่าฉันเป็นฉันเอง เป็นคนที่ชอบอยู่นิ่ง ๆ สงบ ๆ อยู่คนเดียวก็ได้ อยู่กับเพื่อน ๆ ก็ได้ โคตรอดทนและบึกบึนมาก งานทำได้ทุกอย่างหนักเอาเบาสู้ได้หมด แถมเป็นคนมัธยัสถ์ ประหยัด ชอบเก็บสะสมทรัพย์สินอีกด้วย เรียกว่าเศรษฐีได้เลย แต่ก็ไม่ค่อยได้ใช้เองหรอกชอบให้คนอื่น ยิ่งถ้าเป็นคนที่ตัวเองรักแล้วล่ะก็...เต็มที่ไปเลย เป็นคนที่อ่อนไหวต่อความรักมาก รักแล้วทุ่มเทเกินเหตุ มักถือดีเรื่องความรักเสมอ หรือจะชื่นชม ให้กำลังใจหน่อยก็จะดี คนเดือนนี้ชอบให้ชมบ่อย ๆ พวกบ้ายอไง

&lt;b&gt;คนเดือนมิถุนายน&lt;/b&gt;
เป็นคนที่ฉลาดมาก มักคิดอะไรได้รวดเร็วกว่าชาวบ้าน คือ มีความถนัดในการใช้สมองมากกว่ากำลัง ชอบคิดชอบพูด ชอบเขียน อยากรู้ อยากเห็น อยากลอง ต้องการเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ เพื่อความอยู่รอด จึงมักเป็นคนที่ดูทันสมัยอยู่ตลอดเวลา และในชีวิตมักมีอะไรเข้ามาทีละสองอย่างเสมอ ทำให้ต้องลำบากใจที่จะต้องเลือก ไม่ว่าจะเป็นความรักหรือ การงาน ความคิดก็มักลังเล รักพี่เสียดายน้องอยู่นั่นแหล่ะ เป็นคนที่มีความสามารถหลายอย่าง สามารถทำอะไรหรือคิดอะไรได้ หลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน บางทีกลายเป็นคนสองบุคลิก หรือ คนสองหน้าได้เหมือนกัน สามารถแก้ปัญหาให้ใครต่อใครได้ในพริบตาเชียวล่ะ เป็นที่ปรึกษาและให้กำลังใจที่ดีเลยคนเดือนนี้น่ะ ชอบท่องเที่ยวไม่ชอบอยู่กับที่นาน ๆ ชอบเปลี่ยนแปลงอะไรต่อมิอะไรอยู่ตลอดเวลา ทำให้ดูเหมือนเป็นคนที่ขาดความอดทน เป็นคนที่ค่อนข้างตรงและเอาแต่ใจตนเอง ไม่ค่อยเก็บความสงสัยเอาไว้ จะถามให้รู้เรื่องไปเลย จะทำอะไรก็เหมือนกันจะต้องทำให้มันสำเร็จ ชนิดไม่เสร็จไม่เลิก มีความว่องไวใจร้อนมากโดยเฉพาะเรื่องงาน ไม่ชอบให้ใครมาจู้จี้ขี้บ่น หรือซักถามยิ่งเวลาไปไหนมาไหน ไม่ต้องถาม ถ้าอยากบอกจะบอกจะเล่าเอง ด้วยความทันสมัยและชอบเที่ยวจึงเป็นผู้ที่ใช้เงินเปลืองมาก

&lt;b&gt;คนเดือนกรกฎาคม&lt;/b&gt;
นับได้ว่าเป็นคนอ่อนไหวไวต่อความรู้สึก ระมัดระวังตัวหวาดระแวงตกใจง่ายไม่ค่อยไว้ใจใครง่าย ๆ รักษาผลประโยชน์รู้จักเก็บออมเงินเก่ง (ปูมักจะลากทุกอย่างเ ข้ารู) ถ้าเจอปัญหาเศร้าทุกข์อะไร จะขอหลบไปก่อน ไม่รับโทรศัพท์ ไม่รับแขก ไม่ยอมเจอใคร แต่พอตั้งสติได้จะค่อย ๆ กลับมาแก้ไขและกลับมาเป็นคนเดิมเอง เป็นคนรักบ้าน รักครอบครัวมาก ชอบอยู่กับบ้านและทำกิจกรรมที่บ้านมากกว่าให้ออกนอกบ้าน เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้ชาวกรกฎรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น มีความสุขที่สุด ดูจากภายนอกออกจะแข็งกร้าว ปากแข็งแต่จริง ๆ ภายในอ่อนปวกเปียกมาก ลองดูจากสัญลักษณ์ที่คนโบราณเปรียบเทียบไว้เป็นปูไง มีกระดอง แต่ข้างในนิ่มเชียว มีความอดทนต่อความยากลำบาก ชอบใส่ใจความรู้สึกคนอื่น ไม่ว่าเป็นหญิงหรือชายมักมีความเป็นแม่อยู่ในตัว มีสัญชาตญาณในการให้ ห่วงใยเอื้ออาทร ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน เอาอกเอาใจ (เฉพาะ) คนที่ตัวรัก เก็บรายละเอียดได้ดีไม่ว่าจะเรื่องอะไร โดยเฉพาะเรื่องเก่า ๆ หรือพวกรักฝังใจ ไม่ยอมลืม แต่เจ้าอารมณ์ชะมัดเลยล่ะ จู้จี้จขี้บ่น เจ้าระเบียบ ต้องปล่อยให้บ่นไป เดี๋ยวเหนื่อยก็หยุดไปเองแหละต้องระวังเรื่องเครียด เพราะเป็นคนวิตกจริตคิดมาก รักใครแล้วไม่ค่อยปล่อยง่าย ๆ แถมขี้หึงถึงตายเลยล่ะ (ปูหนีบ)

&lt;b&gt;คนเดือนสิงหาคม&lt;/b&gt;
คนที่เกิดในเดือนนี้เหมือนจ้าวป่าจึงมักจะเริ่ดเชิดหยิ่งไว้ก่อนเดินยังเอาหน้าไปก่อนเลย ไม่ค่อยยอมก้มหัวให้ใครง่าย ๆ ไม่ง้อใครถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ชอบที่จะเป็นหัวหน้า เป็นผู้นำมากกว่าคล้อยตาม ชอบความเป็นอิสระทั้งด้านงานและการใช้ชีวิต ไม่ชอบขึ้นอยู่กับใคร เชื่อมั่นในตัวเองมาก ใจใหญ่ถึงไหนถึงกัน เล็ก ๆ ไม่ ใหญ่ ๆ ทำ รักเกียรติยศชื่อเสียง เสียอะไรไม่ว่า เสียหน้าข้าไม่ยอม ใจร้อนหงุดหงิด ขี้โมโห จริงจังกับชีวิตมากจนกลายเป็นพวกบ้าอำนาจ หรือจอมเผด็จการ ฉลาดหลักแหลม เจ้าปัญญา เจ้าความคิด คิดโน่นนี่ได้ตลอดเวลา แต่บางที ก็ไม่ยอมทำเอง ชอบใช้คนอื่นทำแทน จึงควรเป็นที่ปรึกษานั่นแหล่ะดี เพราะเป็นคนที่ไม่เคยเชื่อใจหรือไว้ใจใครเลย และไม่ค่อยชอบพึ่งใครด้วย รักเฉพาะพวกพ้องพี่น้องและครอบครัวของตัวเอง สามารถเสียสละให้ได้ทุกอย่าง เป็นคนที่อยากให้ทุกคนมารัก อยากให้ทุกคนยอมหรือยกย่องตัวเอ ง อย่าไปขัดใจหรือโต้แย้ง ปกติใครอยู่ด้วยจะน่ารักมาก เพราะจริง ๆ เป็นคนที่ขี้สงสารและชอบให้อภัย หรือให้โดยไม่ค่อยหวังผลตอบแทน เพียงแต่ไม่ชอบที่จะแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเท่านั้นเอง เป็นคนที่หาเงินเก่งและก็ใช้จ่ายเก่งด้วย ถ้าพอใจอยากได้อะไรต้องได้จะจ่ายไม่อั้น ยังไงก็ต้องรักษาหน้าไว้ก่อน จะหาคู่ครองต้องเป็นคนใจเย็นเป็นผู้ใหญ่กว่า มีปัญญาที่เหนือกว่าจึงจะอยู่กันได้ หรือไม่ก็อยู่ใต้เท้าคุณสิงหาคมแกไปเลยหมดเรื่อง

&lt;b&gt;คนเดือนกันยายน&lt;/b&gt;
นับว่าเป็นคนที่เฉลียวฉลาด คล่องแคล่วว่องไว มีเสน่ห์ ไม่ว่าเป็นชาย หรือ หญิงมักมีแต่เรื่องหยุมหยิม มีข้อสงสัย หรือ วิเคราะห์ ทุกอย่างจนเกินเหตุ เป็นคนที่เข้าใจยากอยู่สักหน่อย เพราะชอบเอาแต่ใจทำอะไรตามอารมณ์เหมือนผีเข้า ผีออก ไม่แน่นอน คนอื่นอาจจะงง ๆ เหมือนจะประสาทหลอน แต่จริง ๆแล้วเพราะเป็นคนที่ละเอียดลออ เอามาก ๆ ชอบสังเกต พิถีพิถันออกแนวหัวโบราณ วิตกจริตคิดมากเท่านั้นเอง ช่างคิดช่างฝันช่างจินตนาการ มินิสัยชอบเปลี่ยนแปลงหรือพยายามทำสิ่งต่าง ๆ ที่คนอื่นเขาทำทิ้งไว้ ค้างไว้ ให้เสร็จสมบูรณ์ตามแบบฉบับของตัวเอง พูดง่าย ๆ ก็คือชอบ จู้จี้จุกจิก เจ้าระเบียบ ชอบจับผิดคนเก่งมาก แต่ก็เป็นคนที่มองโลกในแง่ดีนะ ถึงจะชอบจับผิดก็เถอะ แล้วชอบที่จะช่วยเหลือชาวบ้านหรือดันไปแบกรับภาระคนอื่นมา จะดูเหมือนเรื่องมาก และเลือกมากไปเสียทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวต้องดูดีก่อนออกจากบ้านหรืออาหารการกินต้องสะอาด โดยเฉพาะเรื่องความรักมักจะใช้เวลาเลือกค่อนข้างนาน แต่ถ้าได้รักแล้วมักจะรักนานเลยเช่นกัน เป็นคนที่ขยันทำมาหากินมาก บางครั้งประหยัดจนดูเหมือนขี้เหนียว ช่างพูดช่างเจรจา พูดเก่งและแก้ตัวเก่งอย่างมีเหตุผลเสียด้วยซิ ผิดกับการบอกรักกลับเป็นคนที่ไม่กล้าแสดงออก ขี้อาย ปากแข็งมาก ถ้าคิดจะเอ่ยปากบอกรักใครสักคน เวลารักใครชอบรักจนหมดหัวใจ จึงมักโดนคนที่ตนรักหลอกหรือเอาเปรียบอยู่เสมอ

&lt;b&gt;คนเดือนตุลาคม&lt;/b&gt;
คนเดือนนี้เป็นคนสุภาพอ่อนโยน นุ่มนวล สะอาดน่ารัก เป็นนักการทูต มีพรสวรรค์ในการเจรจา(กะล่อน) แต่ประนีประนอม หรือ โน้มน้าวจิตใจคนได้ดี เป็นคนค่อนข้างตรงและเอาจริงเอาจัง คิดยังไงก็พูดออกมาอย่างนั้น สามารที่จะโอนอ่อนผ่อนตาม คล้อยตามมากกว่าขัดใจ ใครว่าอะไรก็ว่าด้วยเป็นคนที่มีเสน่ห์ อยู่ในตัวเอง ถ้าไม่หน้าตาดี บุคลิกก็ต้องดูดีมีราศี สามารถดึงดูดคนให้เข้ามาหาได้อย่างง่ายดาย ในบางคนก็รักสวยรักงานศิลปะ ชอบเข้าสังคมทำอะไรเพื่อสังคม ชอบความสนุกสนานร่าเริง ฟุ้งเฟ้อ ชอบความหรูหรา เป็นคนที่ถ้ารู้จักใคร ถูกชะตาจะรักมาก รักเร็วและทุ่มเทซะเกินเหตุ แต่ถ้านึก อยากจะเลิกก็เลิกเลยแบบไม่มีเหตุผลเช่นกัน เรียกได้ว่ารักง่าย หน่ายเร็ว เป็นคนที่รักพวกพ้องเพื่อนฝูงเอามาก ๆ ใครไม่เป็นพวกข้า ไม่ดีด้วย จนในบางครั้งดูเหมือนดื้อและก้าวร้าวมาก อารมณ์บางครั้งก็ขึ้น ๆ ลง ๆ จะตัดสินใจทำอะไรได้แต่ละ อย่างคิดอยู่นั้นแหล่ะ (ลังเล) ไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวเอง มักต้องรอจังหวะ เหมื อนตาชั่ง (สัญลักษณ์) กว่าตาชั่งที่เอียงไปเอียงมาจะตรงหรือสมดุลกันได้ก็เล่นเอานานเหมือนกัน ขยันทำงานฉลาดในการทำธุรกิจ มีความสุขุมรอบคอบและเยือกเย็นได้แต่สิ่งที่ควรระวังก็คือมักเชื่อคนง่าย จึงมักมีสิทธิ์โดนหลอกใช้ได้เหมือนกัน

&lt;b&gt;คนเดือนพฤศจิกายน&lt;/b&gt;
คนเดือนนี้เป็นคนที่ดูแล้วค่อนข้างจะลึกลับ ถ้าไม่สนิทกันจริงไม่ค่อยเล่าเรื่องของตัวเองให้ใครฟัง ค่อนข้างไม่ค่อยไว้ใจใครง่าย ๆ มีความระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา เป็นคนที่เก็บความรู้สึกเก่ง เก็บความลับเก่ง ชอบทำตัวลึกลับ มีความในใจซ่อนเร้น มีความสงสัยอยู่ตลอดเวลา มีความทิฐิมานะ วางท่า ไว้ตัว ทำตัวเหมือนหยิ่ง อดทน อดกลั้น แต่ถ้ามีอารมณ์โกรธฉุนเฉียวขึ้นมาล่ะก็ กล้าเผชิญกับทุกสิ่ง จะหนาไหนหรือใหญ่แค่ไหนก็ไม่ค่อยกลัวช่างประชดประชัน เหน็บแนมเก่งมาก คำพูดคำจาบางทีชอบพูดแรง ๆ ตรงเกินกว่าที่คนรอบข้างจะรับได้แต่ก็พูดออกมาจากใจจริงของตัวเองนะ เป็นคนขี้งอนใจน้อย อารมณ์แปรปรวน เอาแต่ใ จเจ้าอารมณ์ไม่ค่อยสนใจใส่ใจใคร ดูเหมือนดุร้าย ไม่น่าเข้าใกล้ จนบางครั้งคนรอบข้างจะคิดว่าเป็นบ้า แต่แท้ที่จริงแล้ว ทำไปเพื่อจะป้องกันหรือปิดบังอะไรบางอย่าง ที่เป็นปมด้อยในตัวเองที่ไม่อยากให้ใครรู้ เป็นคนฉลาดเจ้าความคิดจะตายไป ชอบพลิกแพลงเอาชนะด้วยมันสมอง ไม่ค่อยชอบใช้กำลังสักเท่าไร มักมีเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงในการทำธุรกิจด้านความรักก็มักแต่งงานช้า หรือหาคนถูกใจยากสักหน่อย เพราะมัวแต่ขี้ระแวงอยู่นั่นแหล่ะ และไม่ค่อยชอบให้ใครมาจู้จี้มากนัก มีโลกส่วนตัวสูง แต่ก็เข้าได้กับทุกคนนะ เพียงแต่คนอื่นอ่านไม่ค่อยออก ก็เท่านั้นเอง

&lt;b&gt;คนเดือนธันวาคม&lt;/b&gt;
ด้วยความชอบผจญภัยให้อยากอยู่บ้านแทบตาย ยังไงก็ต้องมีเหตุอันให้ต้องออกจากบ้านจนได้ ในชีวิตมักต้องไปได้ดีเอาไกลบ้าน ไกลเมือง ไกลถิ่นฐานที่เกิด หรือได้คนรักในแดนไกลแล้วชีวิตจะดีกว่า เป็นคนที่มักโชคดีเรื่องการเงิน เป็นคนอารมณ์ดี ขี้เล่นชอบพูด ชอบเล่าอะไรสนุกสนาน จนในบางครั้งเกินความเป็นจริงไปซะไกลเลยเชียว ชอบที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เพิ่มเติมจากที่ตัวเองรู้ชอบพัฒนาชอบสำรวจ สามารถให้คำปรึกษากับคนรอบข้างได้ดี เพราะเป็นผู้รอบรู้และเป็นนักวางแผนที่ดีได้ เป็นคนที่ฉลาดและรอบคอบ คิดสร้างสรรค์อะไรมักจะไปเจริญหรือเป็นจริงได้ในอนาคต คือมีความคิดที่ก้าวไกลกว่าคนอื่น ๆ เหมือนหยั่งรู้อนาคตได้ยังงั้นแหล่ะ สามารถแก้ไขปัญหาได้ดี มีรสนิยมดีตรงไปตรงมาและ จริงใจ ชอบการเดินทาง เปิดหูเปิดตา ชอบกีฬา เรียกว่าอยู่นิ่ง ๆ ไม่ค่อยเป็น และชอบที่จะเป็นอิสระมากว่ามีเจ้านายคอยควบคุม อยากจะแสดงความสามารถที่มีอยู่ให้ใคร ๆ เห็นมากกว่า ชอบแหกกฎ อาจเป็นได้ว่าความถือดีว่าตัวเองมีปัญญาฉลาดกว่าคนอื่น เป็นคนที่โกรธง่ายหายเร็ว แต่อย่าย้ำซ้ำเติมความผิด ของเก่านะ จะไม่ค่อยยอมรับผิดหรือแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ด้วยเลยล่ะ ทำให้เราเสียอารมณ์เปล่า ๆ ด้านความรักเป็นคนที่ไม่ชอบแฟนขี้หง ถ้าให้อิสระคนเดือนนี้จะรักตายเลยล่ะ
</description>
    </item>

    <item>
       <title>นิยามคำว่า 'ความรัก' จากศาลฎีกา (1/1041)</title>
       <link>http://www.saranair.com/article.php?sid=17315</link>
       <description>จำกันได้มั๊ยกับนายเสริม สาครราษฎร์ที่เป็นหมอฆ่าแฟนตาย ในคดีที่นายเสริมถูกตัดสิน นายเสริมขอลดโทษโดยอ้างเหตุว่า ตนฆ่าแฟนเพราะความรักที่ตนมี จนไม่อาจหักห้ามใจให้แฟนไปมีคนใหม่ได้ จึงขอความปราณีจากศาลให ้เห็นแก่ความรักของตน 

ศาลฎีกาได้ให้เหตุผลไว้อย่างงดงาม ถึงความรักที่นายเสริมอ้างว่ามีต่อแฟนของตน 

ดังฏีกาข้างล่างนี้ 

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย 
คดีแดงที่ 6083/2546 
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ 
นางสุดา ปรัชญาภัทร โจทก์ร่วม 
นายเสริม สาครราษฎร์ จำเลย 


ที่โจทก์ร่วมฎีกาว่า จำเลยควรได้รับโทษประหารชีวิต ศาลล่างทั้งสองไม่ควรลดโทษให้จำเลยเพราะคดีไม่มีเหตุบรรเทาโทษนั้น ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงต้องห้ามมิให้โจทก์ร่วมฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว 

ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยถูกผู้ตายข่มเหงจิตใจอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม เพราะจำเลยกับผู้ตายมีความสัมพันธ์ฉันคนรัก แต่ผู้ตายต้องการเลิกความสัมพันธ์กับจำเลยไปมีรักกับผู้ชายคนใหม่ จำเลยจึงบันดาลโทสะฆ่าผู้ตายนั้น 

เห็นว่า ความรักเป็นสิ่งที่เกิดจากใจไม่อาจบังคับกันได้ ความรักที่แท้จริงคือความปรารถนาดีต่อคนที่ตนรักความยินดีที่คนที่ตนรักมีความสุข การให้อภัยเมื่อคนที่ตนรักทำผิดและการเสียสละความสุขของตนเพื่อความสุขของคนที่ตนรัก จำเลยปรารถนาจะยึดครองผู้ตายเพื่อความสุขของจำเลยเอง เมื่อไม่สมหวังจำเลยก็ฆ่าผู้ตาย เป็นความคิดและการกระทำที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ของจำเลยโดยฝ่ายเดียว มิได้คำนึงถึงจิตใจและความรู้สึกของผู้ตาย หาใช่ความรักไม่ ทั้งเป็นความเห็นผิดที่เป็นอันตรายต่อสังคมอย่างยิ่ง 

ดังนี้ แม้จะฟังข้อเท็จจริงตามที่จำเลยฎีกาก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม  กรณีไม่มีเหตุจะลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ 

ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิต
</description>
    </item>

    <item>
       <title>ช่วยให้ผีเสื้อบิน (0/905)</title>
       <link>http://www.saranair.com/article.php?sid=17314</link>
       <description>ในระหว่างทานข้าวกลางวัน วนิดาซึ่งเป็นซีอีโอ ถามกิตติ ผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งที่รายงานตรงต่อเธอว่า 

 กิตติ พี่สังเกตว่าคุณไม่เคยปิดมือถือเลย แม้กระทั่งเวลาประชุม แล้วพี่ก็เห็นคุณขอตัวออกไปจากที่ประชุมกลางครันเพื่อรับโทรศัพท์ พี่อยากรู้ว่าเป็นโทรศัพท์ของใครหรือ ทำไมมันสำคัญขนาดรอจนจบประชุมไม่ได้ พี่เห็นเป็นประจำเลยนะ 

กิตติมีท่าทีอึดอัด เขาตอบว่า ไม่มีอะไรหรอกครับ เรื่องส่วนตัวนะครับ ผมขอโทษ 

วนิดายิ้มแบบผู้ใหญ่ใจดี เธอเงียบไปสักครู่จึงพูดต่อ กิตติ เราสองคนทำงานด้วยกันมาพอสมควร คิดว่าพี่เป็นพี่สาวของคุณก็ละกัน เพราะพี่อายุมากกว่าคุณสองสามปี มีอะไรก็เล่าสู่กันฟังซิคะ เผื่อว่าพี่อาจจะแนะนำอะไรให้ได้บ้าง วนิดาเลือกใช้แนวทางพี่น้อง แทนที่เธอจะตำหนิเขาโดยตรงในเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในที่ประชุม แบบเจ้านายกับลูกน้อง 

วิธีนี้ได้ผล! กิตติสารภาพออกมาแบบกระอักกระอ่วน ก็...คือ ว่า...พี่อย่าโกรธผมนะครับ มันเป็นโทรศัพท์มาจากลูกสาวผมเอง เธอเพิ่งไปเรียนไฮสคูลที่ออสเตรเลียเมื่อไม่กี่เดือน โรงเรียนที่ลูกสาวผมเรียนนี้ค่อนข้างจะเข้มงวด แถมมีการบ้านจมเลย ตอนลูกสาวผมเรียนที่นี่ ผมช่วยติวและทำการบ้านร่วมกับเธอบ่อยๆ ลูกคนเดียว เธอคือดวงใจของผมเลยครับ ผมบอกเธอว่า ไปอยู่นั่นติดขัดเรื่องการบ้านละก็ โทรมาหาผมได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นเวลาใด ผมจะคอยช่วยเหลือเธอ ผมไม่ต้องการเห็นเธอล้มเหลว ตอนค่ำเมื่อกลับบ้าน ผมก็แทบจะไม่ได้พักผ่อน แต่จะไปช่วยเธอทำการบ้านแล้วก็ แฟ็กซ์ส่งไป เรื่องคณิตศาสตร์บ้าง ภาษาอังกฤษบ้าง ผมอยากให้เธอประสบความสำเร็จ ผมต้องขอโทษที่บริหารเวลาไม่ค่อยได้เรื่อง กิตติจบเรื่องลงด้วยท่าทีละอายใจ 

วนิดาแสดงความเห็นใจ เรื่องของคุณมันฟังแล้วคุ้นๆ มากเลย พี่พอจะจินตนาการออกถึงความลำบากใจของเธอ พี่เองก็มีลูกสาวเรียนปริญญาโทอยู่ที่อเมริกา พี่เคยทำแบบคุณเหมือนกัน เพราะลูกสาวพี่จบตรี แล้วไปต่อโทเลย จึงไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน ดังนั้นพอทำกรณีศึก! ษาก็มักจะไม่ทันเพื่อนเขา หรือไม่เข้าใจ แถมยังไม่กล้าถามอาจารย์! อีก พี่เ ลยต้องช่วยทำเคส แล้วก็อีเมล์ไปให้เธอ แต่ว่าตอนนี้พี่หยุดช่วยเธอแบบนั้นแล้วล่ะค่ะ 

กิตติถามด้วยความประหลาดใจ ทำไมล่ะครับ พี่ไม่รักเธอแล้วหรือ หรือว่าพี่เห็นว่างานมีความสำคัญกว่าครอบครัวครับ 

วนิดาตอบพร้อมกับยิ้มอย่างอารมณ์ดีว่า พี่ยังรักลูก และเห็นคุณค่าของครอบครัวและงานเหมือนเดิม พี่ โชคดีที่มีเพื่อนชาวอเมริกันคนหนึ่ง เขาสังเกตเห็นวิธีที่พี่ช่วยลูกสาว แล้ววันหนึ่งเขาก็ให้หนังสือเล่มหนึ่งชื่อ The Power of Failure โดย Charles C. Manz และมีการแปลเป็นไทยในชื่อ วิกฤติคือโอกาส โดยพสุมดี กุลมา เรียบเรียงโดย นราทิป นัยนา เพื่อนอเมริกัน เขาคั่นเรื่องๆ หนึ่งให้พี่อ่านโดยเฉพาะเลย พี่จะเล่าให้เธอฟัง 

..... มีชายคนหนึ่งนั่งมองผีเสื้อที่กำลังดิ้นรนจะออกจากรังไหม เจ้าผีเสื้อดิ้นรนไปซักพัก จนกระทั่งใยรังไหมเริ่มขาดเป็นรูเล็กๆ ชายคนนั้นมองด้วยความสนใจ เจ้าผีเสื้อดูเหมือนจะหยุดไป ที่จริงผีเสื้อมันพักเพื่อที่จะดิ้นรนต่อไป แต่ว่าชายคนนั้นคิดไปเองว่าผีเสื้อคงติดใยรังไหม ไม่สามารถจะออกมาได้ด้วยตนเอง ด้วยความหวังดี เขาจึงนำกรรไกรขนาดเล็กมาตัดใยรังไหมนั้น ทำให้รูมันขยายใหญ่ขึ้น เจ้าผีเสื้อเห็นรูขยายใหญ่ขึ้นมันก็คลานต้วมเตี้ยมออกมา แต่เขาสังเกตว่าตัวมันมีขนาดเล็กกว่าปกติ ปีกเหี่ยวย่น แถมลำตัวของเจ้าผีเสื้อก็ มีลักษณะบวมผิดปกติ 

กลายเป็นว่าในขณะที่ผีเสื้อต้องดิ้นรนออกแรงตะเกียกตะกาย เพื่อพยายามจะดันตัวมันออกจากรังไหมนั้น เป็นกระบวนการธรรมชาติ ที่จะกระตุ้นให้ของเหลวชนิดหนึ่งที่อยู่ในลำตัวผีเสื้อ เคลื่อนที่มาสู่ปีก เพื่อทำให้ปีกแข็งแรงเพียงพอจะบินได้ ด้วยความปรารถนาดีของชายคนนั้น ผีเสื้อตัวนี้ปีกจึงเหี่ยวย่น ไม่แข็งแรงเพียงพอจะบินได้ แถมยังมีรูปร่างพิกลพิการ เพราะของเหลวที่ควรจะอยู่ที่ปีก ดันไปติดคั่งค้างอยู่ที่ลำตัว เจ้าผีเสื้อตัวนี้ออกจากใยมาได้ด้วยความสบาย แต่ต้องพิกลพิการ และบินไม่ได้ไปชั่วชีวิตของมัน 

อุปสรรคและความล้มเหลวในชีวิตของคนก็คล้ายๆกันกับสิ่งที่เจ้าผีเสื้อเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ ความก้าวหน้าในชีวิต การพัฒนาทักษะ ความกล้าหาญ ความมุ่งมั่! น ล้วนแล ้วแต่น่าสงสารและน่าเห็นใจ แต่จะได้คุณค่ามาก็ด้วยการล้มเหลวอย่างถูกวิธี เราจะคาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จในชีวิตโดยไม่มีความล้มเหลวนั้นเป็นไปไม่ได้ เมื่อเราเผชิญอุปสรรค แล้วเราหลีกเลี่ยงที่จะแก้ไขหรือต่อสู้กับมัน เท่ากับว่าเรากำลังเสียโอกาสสำคัญในการเรียนรู้บทเรียนที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในชีวิตของคน 

กิตติฟังด้วยความสนใจ โอ้โฮ เรื่องนี้จุดประกายน่าดูครับ แต่ผมกลัวว่าลูกผมจะเกลียดผมนะซีครับ 

วนิดาเสริมต่อ มีคำพูดที่ว่า 'No pain No gain' ไม่เจ็บไม่ได้เรียนรู้ ที่จริงพวกเรานะผิดเองที่ป้อนลูกๆ เรามากไป สำหรับกรณีของพี่ พี่อธิบายให้ลูกเขาเข้าใจด้วยการเล่าเรื่องนี้แหละ หลังจากนั้น พี่ก็ขอโทษสำหรับการให้ความช่วยเหลือลูกแบบผิดๆในอดีต ลูกๆของเราเขาฉลาดพอจะเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้นะ ...   

กิตติคุณลองมองไปรอบๆ ตัวเราสิ เรามีพนักงานที่มีความรู้มาจากครอบครัวที่มีฐานะ หลายคนที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ พวกเขาไม่อดทนต่อป! ัญหาและอุปสรรค  คนที่ควรถูกตำหนิคือ พ่อแม่ของเขา คุณอยากถูกคนอื่นเขาต่อว่าแบบนี้ในอนาคตไหมละ แถมลูกๆ ของเรายังอ่อนแอไม่สามารถจะฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคได้ .. 

... คุณมีสิทธิ์เลือกนะ 
</description>
    </item>

  </channel>

</rss>
